5 เรื่องต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องผลิตอ๊อกซิเจน

เครื่องผลิตอ๊อกซิเจน

ในวันนี้โลกต้องเผชิญกับปัญหากับโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึงโรคที่อันตรายต่อร่างกายมากขึ้น นั่นทำให้บทบาทของเครื่องผลิตอ๊อกซิเจนมีความสำคัญมากขึ้น หลายคนกำลังเลือกร้านที่จำหน่ายเครื่องผลิตอ๊อกซิเจนที่ได้มาตรฐาน เพราะมีผู้ป่วยที่ต้องมารักษาที่บ้าน แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ มี 5 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนเพื่อที่จะได้เลือกซื้อไม่ผิดและได้สินค้าที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับผู้ป่วยตามต้องการ จะมีอะไรบ้างมาติดตามกัน

1. ปริมาณความจุ

เชื่อว่าปัญหาแรก ๆ ของผู้ที่จะซื้อเครื่องผลิตอ๊อกซิเจนก็คือ ไม่รู้ว่าควรจะซื้อเครื่องขนาดเท่าไหร่ เพราะเครื่องผลิตอ๊อกซิเจนที่มีวางจำหน่ายตามร้านนั้นมักจะมีความจุให้เลือกหลายขนาด ๆ ในเรื่องนี้หากสอบถามทางร้านที่จำหน่ายเครื่องผลิตอ๊อกซิเจน ทางร้านก็คงจะให้คำแนะนำไม่ได้มาก เนื่องจากว่าในเรื่องของความเหมาะสมของปริมาณความจุของตัวเครื่องนั้นจะต้องดูตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละคน ดังนั้น ในส่วนนี้ก่อนที่จะซื้อควรสอบถามจากแพทย์เจ้าของไข้ก่อนว่า คนป่วยควรจะต้องใช้เครื่องผลิตอ๊อกซิเจนกี่ลิตร หรือไม่เช่นนั้นก็ให้เลือกซื้อความจุที่มากไว้ก่อน เป็นการซื้อเผื่อไว้ไม่เสียหาย มีมากไว้ก่อนดีกว่าขาดแน่นอน

2. ความจำเป็นของแบรนด์

ไม่ว่าเราจะซื้อสินค้าใด หากเป็นของมีแบรนด์มียี่ห้อก็จะทำให้เรารู้สึกมั่นใจได้มากขึ้นในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐาน ยิ่งถ้าเป็นอุปกรณ์ในเชิงการแพทย์ด้วยแล้ว การเลือกแบบที่มียี่ห้อย่อมทำให้อุ่นใจได้มากขึ้น ในส่วนนี้ก็ถือว่าถูกต้อง แต่อย่างไรก็ดี สิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เพราะปัจจุบันสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางการแพทย์นอกจากแบรนด์ยุโรปที่มั่นใจได้แล้ว แบรนด์อเมริกาและแบรนด์จากจีนก็เป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์เช่นกัน ดังนั้น จึงไม่อยากให้ทุกท่านยึดติดกับแบรนด์หรือชาติของบริษัทผู้ผลิตมากเกินไป อยากให้นึกถึงเรื่องของอะไหล่ การรับประกันและการส่งซ่อมเวลาเครื่องมีปัญหามากกว่า แบรนด์มีชื่อเสียงแต่ถ้าอุปกรณ์หาอะไหล่ยาก หาศูนย์ซ่อมยากก็คงจะไม่สะดวกนัก

3. เรื่องของฟังก์ชัน

ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้เครื่องผลิตอ๊อกซิเจนร่วมกับการพ่นยา ตรงนี้ก็แนะนำว่าให้เลือกเครื่องที่เป็นเครื่องรุ่นใหม่ เพราะเครื่องรุ่นใหม่จะออกแบบมาให้มีฟังก์ชันพ่นยามาในตัว มีช่องออกซิเจนกับช่องสำหรับพ่นยาแยกกัน รวมไปถึงแรงดันของเครื่องก็จะมากพอที่จะทำให้ตัวยาพ่นแตกออกมาเป็นไอระเหยได้ ซึ่งประหยัดกว่าการที่จะต้องไปซื้อเครื่องรุ่นเก่าความจุสูง ๆ นั่นเอง

4. เรื่องของการพกพา

เครื่องผลิตอ๊อกซิเจนโดยทั่วไปแล้ว จะไม่ค่อยเหมาะกับการพกพาไปนอกสถานที่หรือระหว่างเดินทาง เพราะตัวเครื่องจะต้องใช้ไฟฟ้า ฉะนั้น ต้องคิดถึงเรื่องนี้ด้วยว่าเราจำเป็นจะต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบ่อยแค่ไหน ถ้าไม่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยเครื่องผลิตออกซิเจนอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบ่อยก็ควรจะต้องมีถังออกซิเจนแยกเอาไว้ใช้ในกรณีนี้อีก 1 ถังด้วย

5. ประกันและบริการหลังการขาย

เรื่องนี้ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าเครื่องมีปัญหาแล้วเราส่งซ่อมไม่ได้ หรือซ่อมแล้วต้องเสียสตางค์เพิ่ม หาอะไหล่ยากแบบนี้ก็คงไม่ดี แนะนำว่าลองขอคำปรึกษาร้านที่จำหน่ายเครื่องผลิตออกซิเจนไปเลยว่าส่งซ่อมกับทางร้านได้ไหม ถ้าร้านไหนมีบริการเรื่องนี้ด้วยก็จะทำให้เราสะดวกมากขึ้น

ทั้งหมดนี้คือ 5 เรื่องที่คุณต้องเข้าใจก่อนไปร้านจำหน่ายเครื่องผลิตอ๊อกซิเจนและตัดสินใจซื้อ พิจารณาให้ดีแล้วคุณจะได้อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานตามที่ต้องการ

Related Post

รักษาแบบประคับประคอง

มีวิธีอย่างไรในการ รักษาแบบประคับประคอง มีวิธีอย่างไรในการ รักษาแบบประคับประคอง 

การรักษาแบบประคับประคอง จะมีวิธีการรักษาที่สร้างเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวดีขึ้นและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตซึ่งวิธีรักษารูปแบบนี้ไม่ได้รักษาแค่ทางด้านร่างกายอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างเต็มรูปแบบ ในบทความจะมากล่าวถึงการ รักษาแบบประคับประคอง ว่ามีการดูแลรักษาอาการผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายอย่างไร  รักษาแบบประคับประคอง กับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย  สำหรับการ รักษาแบบประคับประคอง จะเหมาะต่อการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในระยะสุดท้ายซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายหรือรักษาหายได้ยาก คนส่วนมากที่เป็นมะเร็ง จุดจบก็คือความตาย ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนรักษา ผู้ป่วยจะเกิดความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย จึงทำให้ต้องใช้วิธีการ รักษาแบบประคับประคอง ซึ่งตอบโจทย์ต่อการรักษาในปัจจุบันมากที่สุด อีกทั้งยังทำให้สภาพจิตใจ ร่างกาย จิตวิญญาณ และสังคม ของผู้ป่วยดียิ่งขึ้น สร้างคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวได้เป็นอย่างดี การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยการ รักษาแบบประคับประคอง

วิตามินฟื้นบำรุงผิวขาวใส

แนะนำวิตามินฟื้นบำรุงผิวขาวใสแนะนำวิตามินฟื้นบำรุงผิวขาวใส

ใครๆ ก็อยากจะมีผิวที่ดี และหลายคนก็คงยังชื่นชอบผิวที่ขาวใส ซึ่งวันนี้จะมาเอาใจคนที่อยากมีผิวที่ขาวและใส ในบางครั้งการทาครีมทาผิวอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ จึงมีการทานวิตามินเพื่อเสริมเข้าไปช่วยให้ผิวของเราขาวใสมากยิ่งขึ้น มาดูกันดีกว่าว่าจะมีวิตามินตัวไหนบ้างที่จะช่วยเรื่องผิวขาวใส  Blackmores Grape Seed Forte 12000  เป็นชื่อที่ได้ยินคุ้นหูกันอย่างมากกับ Blackmores ที่มีวิตามินหลากหลายชนิดให้เลือก สำหรับคนที่อยากมีผิวขาวใสต้อง Blackmores Grape Seed Forte 12000 ที่อัดแน่นด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเข้มข้นมาอยู่ในแบรนด์คุณภาพเยี่ยม ด้านอาหารเสริมอย่าง Blackmores สัญชาติออสเตรเลีย🇦🇺 ที่จุดเด่นของกระปุกนี้มาช่วยเรื่อง เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือด,ต้านอนุมูลอิสระ (baby face), ยับยั้งการเกิดเม็ดสี

อาหาร foodpanda

อาหารสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 แบบ HI สั่งผ่านร้านอาหาร foodpanda ได้ครบทุกเมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 แบบ HI สั่งผ่านร้านอาหาร foodpanda ได้ครบทุกเมนู

                ร้านอาหาร foodpanda ไม่เพียงเสิร์ฟความอร่อยให้ถึงบ้านเท่านั้น แต่ยังดูแลด้านอาหารและโภชนาการของผู้โควิด-19 แบบ Home Isolation หรือผู้ป่วยสีเขียวที่รักษาตัวที่บ้านด้วย โดยอาหารของผู้ป่วยโควิดที่สามารถสั่งมารับประทานที่บ้านได้อย่างปลอดภัยควรเป็นอาหารแบบแบคทีเรียต่ำ (Low-Bacterial Diet) ซึ่งอาหารกลุ่มนี้จะช่วยลดการติดเชื้อไวรัส และในผู้ป่วยบางรายที่มีการติดเชื้อไม่รุนแรงมากก็สามารถหายเองได้ด้วยการเคร่งครัดเรื่องโภชนาการ ทำให้มั่นใจว่าทุกมื้ออาหารของคุณคืออาหารกลุ่มแบคทีเรียต่ำอย่างแท้จริง อาหารกลุ่มแบคทีเรียต่ำคืออะไร                 ก่อนจะเริ่มสั่งอาหารจาก foodpanda มารับประทานคุณควรทำความเข้าใจก่อนว่าอาหารแบคทีเรียต่ำคืออะไร อาหารแบคทีเรียต่ำคือ “อาหารที่ปรุงสุกใหม่และสะอาด” เท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าผู้ป่วยโควิดจะมีวัยที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือผู้ป่วยจะมีอาการไข้ อาการเจ็บคอ และอาการไอ การรับประทานอาหารแบคทีเรียต่ำจะช่วยลดการติดเชื้อไม่ให้กำเริบหนักขึ้นได้ อีกทั้งอาหารแบคทีเรียต่ำยังไม่รบกวนการทำงานของระบบภูมิต้านทานในร่างกายของผู้ป่วยที่ปกติจะมีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้วอีกด้วย ผู้ป่วยโควิด-19